สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 23 )

สถิติที่น่าสนใจ

อาร์เซนอลเป็น 1 ใน 4 สโมสรของอังกฤษ ที่ได้แชมป์ลีกติดต่อกันมากที่สุด คือ 3 ครั้ง ในฤดูกาล 1932-33, 1933-34, 1934-35

เมื่อสิ้นสุดศตวรรษที่ 20 ในปลายปี ค.ศ. 1999 อาร์เซนอลได้รับการจัดลำดับจากสำนักข่าวบีบีซีให้เป็นทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดของอังกฤษในรอบ 100 ปี โดยพิจารณาจากสถิติ และปัจจัยต่าง ๆ โดยมีลิเวอร์พูล และเอฟเวอร์ตัน เป็นอันดับสองและอันดับสามตามลำดับ

ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2001-02 อาร์เซนอลสามารถทำประตูได้ในทุกนัด เป็นสถิติสูงสุดของลีก

ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2001-02 อาร์เซนอลชนะติดต่อกัน 14 นัด เป็นสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีก (มีอีก 3 สโมสรคือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, บริสตอลซิตี้, เปรสตันอร์ธเอนด์ ที่ทำสถิติชนะติดต่อกัน 14 นัดเช่นกัน แต่ทั้งหมดนั้นเป็นสถิติในดิวิชั่น 2

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 22 )

อาร์เซนอลเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีสถิติที่ดีเยี่ยม เคยจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ตำกว่าอันดับ 14 เพียงแค่ 7 ครั้งเท่านั้น อาร์เซนอลยังเป็นทีมที่มีสถิติอันดับเฉลี่ยดีที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 20 (ช่วงปี 1900-1999) อีกด้วย โดยอันดับเฉลี่ยคือ 8.5 นอกจากนั้นแล้ว อาร์เซนอลยังเป็นหนึ่งในห้าสโมสรที่สามารถคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ 2 สมัยติดต่อกัน นั่นคือการคว้าแชมป์ในปี 2002 และปี 2003

 

นอกจากนี้แล้ว ในปี 2015 มีการสำรวจความนิยมจากแฟนฟุตบอลทั่วทั้งโลก ผ่านโปรแกรมทวิตเตอร์พบว่า อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่มีฐานผู้นิยมมากที่สุด โดยกระจายไปในหลายทวีปทั้งยุโรป, อเมริกาเหนือ และ แอฟริกาเหนือ สำหรับในประเทศอังกฤษ อาร์เซนอลเป็นสโมสรที่มีผู้นิยมมากที่สุดเป็นอันดับสอง คิดเป็นร้อยละ 15.03 ขณะที่ลิเวอร์พูล คือ สโมสรที่มีผู้นิยมมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 15.21แต่อาร์เซนอลเป็นสโมสรแห่งแรกของอังกฤษที่มีผู้ติดตามทางทวิตเตอร์มากถึง 5 ล้านคน เมื่อปลายปี 2014

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย โอเล่ห์ดง ศักดิ์เสมอชัย ( 2 )

ในปี พ.ศ. 2545 วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ นำโอเล่ห์ดงมาสร้างสรรค์ในแบบมวยสากล ขณะที่มีอายุเพียง 17 ปี และได้ครองแชมป์โลกเยาวชนของสภามวยโลก ในการชกมวยสากลครั้งที่ 3 เท่านั้น และป้องกันแชมป์ได้มาตลอด จนได้ชกตัดเชือก ชนะคะแนน โอมาร์ โซโต ได้เป็นรองแชมป์โลกอันดับหนึ่งและได้ชิงแชมป์โลกไฟต์บังคับกับ เด่น จุลพันธ์ นักมวยชาวไทยที่ไปชกอยู่ที่ญี่ปุ่น และโอเล่ห์ดงเป็นฝ่ายชนะคะแนนได้ครองแชมป์โลก ในปลายปี พ.ศ. 2550 ซึ่งถือว่าเป็นแชมป์โลกมวยสากลคนแรกของไทยที่เป็นชาวใต้

 

หลังจากเสียแชมป์โลกในรุ่น 105 ปอนด์ (สตอร์วเวท) ไปแล้วเพราะต้องลดน้ำหนักเยอะ ได้เลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่น 115 ปอนด์ (ซูเปอร์ฟลายเวท) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์อินเตอร์เนชั่นแนลของสภามวยโลก (WBC) ไปได้

 

ชีวิตส่วนตัว โอเล่ห์ดงสมรสกับ สมหญิง ฉายแสง ชื่อเล่น ไอติม ชาวชุมพร ทั้งคู่คบหากันนานกว่า 10 ปี จึงสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2553 ปัจจุบันทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันทั้งหมดหนึ่งคน ที่เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2554

แชมป์โลกเยาวชนชาวไทย โอเล่ห์ดง ศักดิ์เสมอชัย ( 1 )

โอเล่ห์ดง ศิษย์เสมอชัย มีชื่อจริงว่า กิตติพงษ์ ใจกระจ่าง ชื่อเล่น โอ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ที่ตำบลหนองปรือ อำเภอรัษฎา (ปัจจุบัน คือ อำเภอรัษฎา) จังหวัดตรัง นับว่าเป็นแชมป์โลกคนแรกด้วยที่เป็นชาวใต้ หลังจากมีนักมวยจากภาคใต้หลายคนได้ชิงแชมป์โลกแล้ว แต่ยังไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จเลย

ประวัติ

โอเล่ห์ดงเป็นบุตรของนายเสมอ และนางสมจิตร ใจกระจ่าง นายเสมอ พ่อของโอเล่ห์ดงเป็นนักมวยเก่าในชื่อ สิงห์เสมอ ลูกเจ้าแม่ไทรน้อย โอเล่ห์ดงหัดมวยกับพ่อตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และเริ่มขึ้นชกตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ต่อมาได้เข้ามาชกในกรุงเทพฯ ภายใต้การดูแลของจ่าแกะ ควนกรด และเข้าเรียนที่โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา จนกระทั่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 3

แชมป์มวยโลกชาวไทย อำนาจ รื่นเริง ( 17 )

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 3, 7 มีนาคม พ.ศ. 2558 ชนะคะแนน โจว ซื่อหมิง (ประเทศจีน จีน) ที่ โคไทอารีนา ภายในเดอะเวเนเชี่ยนมาเก๊า เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4, 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ชนะคะแนน จอห์นเรียล คาซิเมโร (ฟิลิปปินส์) ที่ อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 5, 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ชนะคะแนน เมียง โฮลี (ญี่ปุ่น) ที่ หัวหินเซนทิเนียนคลับ ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 6, 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แพ้ทีเคโอยก 4 จอห์นเรียล คาซิเมโร (ฟิลิปปินส์) ที่ ไดมอนด์สเตเดี้ยม ภายในสนามกีฬาแห่งชาติจีน กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

แชมป์มวยโลกชาวไทย อำนาจ รื่นเริง ( 16 )

แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF)

ชิง, 22 มกราคม พ.ศ. 2557 ชนะคะแนน ร็อคกี้ ฟูเอนเตส (ฟิลิปปินส์) (เป็นการชิงแชมป์ที่ว่าง) ที่ อาคารลิปตพัลลภ ฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ชนะคะแนน (ไม่เอกฉันท์) คาซูโตะ อิโอกะ (ญี่ปุ่น) ที่ บอดี้เมคเกอร์โคลีเซียม นัมบะ จังหวัดโอซะกะ[24][25]

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2, 10 กันยายน พ.ศ. 2557 ชนะคะแนน (ไม่เอกฉันท์) แมควิลเลียมส์ อาร์โรโย (ธงของปวยร์โตรีโก ปวยร์โตรีโก) ที่ อาคารลิปตพัลลภ ฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์ ( 2 )

ประวัติ

ในวัยเด็กสมศักดิ์เป็นเด็กที่เกเรพอสมควร และมีนิสัยส่วนตัวชอบเลี้ยงไก่แจ้ สมศักดิ์เมื่อชกมวยสากลอาชีพ สามารถคว้าแชมป์เงาซูเปอร์ฟลายเวท ของ IBF มาได้เมื่อปลายปี พ.ศ. 2539 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่ก็ไม่ได้ป้องกันตำแหน่งเลยสักครั้ง จึงสละมาเพื่อชิงแชมป์โลกในรุ่นที่ใหญ่กว่าคือ ซูเปอร์แบนตั้มเวท ของ WBF ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2541

แชมป์มวยโลกชาวไทย สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์ ( 1 )

สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์ หรือ สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ มีชื่อจริงว่า สมศักดิ์ ต๊ะสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เป็นแชมป์โลกมวยสากลรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท WBA ที่คว้าแชมป์มาครองได้อย่างสะใจคนไทย ด้วยการชนะน็อคแชมป์โลกถึงถิ่นที่ประเทศฝรั่งเศสอย่างดุเดือด แม้จะได้ครองตำแหน่งเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 68 )

นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (2008)

ในวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2008 เควิน คีแกน ได้ตัดสินใจกลับเข้าสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 3 ปี ด้วยการคุมทีมนิวคาสเซิลอีกครั้ง ซึ่งในการคุมทีมในช่วงแรกทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย จนมีข่าวว่า ไมค์ แอชลีย์ เจ้าของสโมสร จะปลดคีแกนออกจากตำแหน่ง แต่หลังจากที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะได้แล้ว ทีมก็สามารถพ้นโซนอันตรายได้และเก็บชัยชนะอย่างสม่ำเสมอก่อนที่จะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 ของตาราง และเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยการเสมอกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-1 ก่อนที่จะขัดแย้งกับบอร์ดบริหารของสโมสรและตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี บัลลงดอร์ ( 67 )

แมนเชสเตอร์ซิตี (2001–2005)

ในปี 2001 เควิน คีแกน ได้ตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ซิตี โดยคีแกนสามารถพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ตั้งแต่ปีแรกที่รับตำแหน่ง โดยทีมยิงไป 108 ประตู จบฤดูกาลด้วย 99 คะแนน หลังจากนั้นในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2004 แมนเชสเตอร์ซิตี้แพ้เอฟเวอร์ตันที่เหลือ 10 คน 1-0 เป็นความปราชัยเกมที่ 3 ในรอบ 5 เกมแรกพรีเมียร์ลีก ของฤดูกาลใหม่ ทำให้คีแกนเริ่มกดดัน พร้อมมีข่าวว่ากำลังจะถูกไล่ออก ต่อมาในวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 2005 คีแกนตัดสินใจลาออกจากสโมสรด้วยข้อตกลงที่มีผลทันที หลังจากที่พ่ายแพ้โบลตันคาบ้าน 1-0